มักเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดว่า จำนำรถจอดได้เท่าไหร่ เพราะเราจะได้วางแผนทางการเงินได้อย่างถูกต้อง ยิ่งรถราคาหลายแสนหลายล้านจะได้วงเงินเท่าไร รถเก่าหรือรถที่ยังผ่อนไม่หมดจะประเมินได้หรือไม่ ความจริงแล้ววงเงินไม่ได้มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับรถทุกคัน เพราะต้องดูตั้งแต่รุ่นรถ ปี สภาพรถ ราคาตลาด และภาระที่ติดอยู่กับรถใน ณ ขณะนั้น ดังนั้น แทนที่จะดูแค่ว่า “จะได้เงินเยอะไหม” ควรรู้ก่อนว่าผู้ให้บริการใช้ข้อมูลอะไรประเมิน และเงินที่ได้รับจริงเหมาะกับภาระที่เราต้องรับต่อหรือไม่
จำนำรถจอดได้เท่าไหร่? ทำไมถึงบอกวงเงินตายตัวก่อนดูรถไม่ได้
หากถามว่า จำนำรถจอดได้เท่าไหร่ แล้วได้คำตอบเป็นตัวเลขทันที ทั้งที่ยังไม่มีใครเห็นรถหรือทราบรายละเอียดของรถเลย ควรฟังไว้เป็นเพียงตัวเลขประมาณการก่อน เพราะราคาซื้อรถตอนออกจากศูนย์ ราคาขายในเว็บไซต์รถมือสอง และราคาที่ใช้ประเมินรถในวันนี้ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
ลองนึกภาพรถรุ่นเดียวกัน 2 คัน
- คันแรก ใช้งานมาไม่มาก สภาพภายในดี เครื่องยนต์ปกติ เอกสารครบ และผ่อนหมดแล้ว
- คันที่สอง ใช้งานหนักกว่า มีร่องรอยความเสียหายบางจุด เลขไมล์สูง และยังเหลือยอดไฟแนนซ์อยู่
แม้จะรถรุ่นเดียวกัน ปีจะทะเบียนปีเดียวกัน แต่สถานะของรถแตกต่างกันเห็นได้ชัด การให้วงเงินที่เท่ากันจึงไม่สมเหตุสมผล แต่ก่อนจะรู้ว่าจำนำรถได้เท่าไหร่ ต้องเข้าใจความหายของ จำนำรถจอดคืออะไร เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
สิ่งที่วงเงินไม่ได้ดูเพียงอย่างเดียว
- ไม่ได้ดูจาก ราคาที่ซื้อรถมา
- ไม่ได้ดูจาก ราคารถตอนออกใหม่
- ไม่ได้ดูจาก ราคาประกาศขายที่สูงที่สุดบนอินเทอร์เน็ต
- และไม่ได้ดูจาก วงเงินที่คนรู้จักเคยได้รับจากรถรุ่นเดียวกัน
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ มูลค่าของรถคันนั้น ณ วันที่ประเมิน
จำง่าย ๆ: รถรุ่นเดียวกัน ≠ วงเงินเท่ากัน เพราะผู้ประเมินไม่ได้ดูแค่ชื่อรุ่น แต่ดู “รถคันจริง” ด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการประเมินรถ สามารถดูรายละเอียดบริการ รับจำนำรถจอด เพื่อเช็กขั้นตอนเบื้องต้นก่อนส่งข้อมูลรถได้
5 ปัจจัยหลักที่ทำให้รถแต่ละคันได้วงเงินจำนำไม่เท่ากัน
เมื่อไม่มีราคาการประเมินที่ตายตัว คำถามต่อมาคือ แล้วผู้ให้บริการดูอะไรบ้าง ประเมินรถจากอะไร ซึ่งปกติเวลาประเมินรถไม่ได้มีปัจจัยประเมินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบกัน
- ยี่ห้อ รุ่น และปีจดทะเบียน นี่คือข้อมูลตั้งต้นที่ช่วยให้เห็นช่วงราคาของรถในตลาด รถบางรุ่นยังได้รับความนิยมแม้อายุหลายปี ขณะที่บางรุ่นราคาตลาดลดลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้น รถปีใหม่กว่าอาจมีฐานราคาดีกว่า แต่ ไม่ได้แปลว่ารถปีเก่าจะจำนำไม่ได้ หากรถยังอยู่ในสภาพดีและมีมูลค่าในตลาด
- สภาพรถในวันที่นำมาประเมิน สภาพรถเป็นอีกส่วนที่มองข้ามไม่ได้ ทั้ง ตัวถังและสีภายนอก, ห้องโดยสาร, เครื่องยนต์, ยาง, ช่วงล่าง, เลขไมล์, ระบต่างๆและความเสียหายหรือประวัติการซ่อมสำคัญ รอยขีดข่วนเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่ารถจะถูกปฏิเสธทันที แต่ถ้ามีความเสียหายที่กระทบมูลค่ารถมาก ผลประเมินก็อาจลดลงตามสภาพจริง
- ราคาตลาดของรถ ณ ช่วงเวลานั้น ราคาของรถมือสองไม่ได้อยู่นิ่ง รถรุ่นหนึ่งอาจได้รับความนิยมสูงในช่วงหนึ่ง ก่อนราคาจะปรับลงเมื่อมีรุ่นใหม่หรือความต้องการในตลาดเปลี่ยนไป
เวลาประเมินจึงควรดู ราคาซื้อขายจริงในตลาดใกล้เคียง ไม่ใช่เลือกดูเฉพาะประกาศที่ตั้งราคาสูงที่สุดแล้วนำมาใช้เป็นฐาน - รถผ่อนหมดแล้วหรือยังติดไฟแนนซ์ ประเด็นนี้มีผลมาก เพราะรถปลอดภาระกับรถที่ยังมีหนี้คงเหลือไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกัน
ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ ผู้ประเมินต้องดูยอดที่ยังเหลืออยู่ รวมถึงยอดปิดบัญชีล่าสุด เพื่อดูว่าหลังจัดการภาระเดิมแล้ว ยังมีส่วนต่างเพียงพอหรือไม่ - เอกสารและกรรมสิทธิ์ของรถ รถสภาพดีแต่เอกสารมีปัญหาก็ทำให้ดำเนินการยากขึ้น เช่น ชื่อผู้มาติดต่อไม่ตรงกับเจ้าของรถ เล่มทะเบียนสูญหาย รถอยู่ในชื่อบริษัท รถยังไม่ได้โอนจากเจ้าของเดิม และข้อมูลรถไม่ตรงกับเอกสาร
จึงควรตรวจเอกสารตั้งแต่ก่อนนำรถไปประเมิน หากไม่แน่ใจสามารถดู เอกสารจำนำรถมีอะไรบ้าง เพื่อเตรียมข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อน
รถติดไฟแนนซ์กับรถผ่อนหมดแล้ว ประเมินวงเงินต่างกันอย่างไร?
ตรงนี้คนมักเข้าใจผิดว่า ถ้ารถราคาตลาด 500,000 บาท ก็จะสามารถนำมาประเมินโดยใช้ 500,000 บาทเป็นฐานทั้งหมด ทั้งที่รถอาจยังมีภาระกับบริษัทไฟแนนซ์อยู่ ต้องแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้
รถผ่อนหมดแล้ว
หากรถปลอดภาระ เล่มทะเบียนและกรรมสิทธิ์เรียบร้อย การประเมินจะสามารถโฟกัสที่ตัวรถได้มากขึ้น เช่น รุ่น ปี สภาพ และราคาตลาดในปัจจุบัน การมีเล่มพร้อมไม่ได้รับประกันว่าจะได้วงเงินสูง แต่ช่วยให้สถานะของรถชัดเจนและตรวจสอบได้ง่ายกว่า
รถยังติดไฟแนนซ์
กรณีนี้ต้องเพิ่มอีกหนึ่งตัวเลขเข้ามา คือ ยอดปิดบัญชี ไม่ควรนำ “ค่างวดต่อเดือน × จำนวนงวดที่เหลือ” มาคำนวณเองแล้วสรุปว่านั่นคือยอดปิดจริง เพราะยอดจากบริษัทไฟแนนซ์อาจแตกต่างกันตามรายละเอียดของสัญญา
เพราะฉะนั้น หากรถยังผ่อนไม่หมด ควรเตรียม ยอดปิดบัญชีล่าสุด ก่อนสอบถามวงเงิน จะได้ประเมินจากข้อมูลจริงมากกว่าการเดา อ่านต่อได้ที่ รถติดไฟแนนซ์จำนำได้ไหม หรือหากกำลังหาทางจัดการภาระเดิม สามารถดู ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ เพิ่มเติม
ก่อนรับวงเงิน อย่าดูแค่ว่า “จำนำรถจอดได้เท่าไหร่”
นี่เป็นจุดที่ควรคิดให้มากที่สุด เพราะคนที่ต้องการเงินด่วนมักมองตัวเลขที่ได้รับก่อนเรื่องอื่น สมมติว่ามีสองข้อเสนอ ข้อเสนอ A ให้วงเงินสูงกว่า > ข้อเสนอ B ให้วงเงินน้อยกว่าเล็กน้อย อย่าเพิ่งสรุปว่าข้อเสนอ A จะดีกว่า จนกว่าจะรู้ว่า สุดท้ายแต่ละข้อเสนอต้องจ่ายคืนเท่าไร
ก่อนเซ็นสัญญา เช็ก 6 เรื่องนี้ให้ครบ
- เงินที่ได้รับจริงสุทธิเท่าไร บางกรณีวงเงินที่แจ้งกับเงินที่ได้รับเข้ามือจริงอาจไม่เท่ากัน หากมีค่าใช้จ่ายที่ต้องหักออก
- ต้องชำระคืนทั้งหมดเท่าไร อย่าดูเพียงดอกเบี้ยต่อเดือน ต้องรู้ยอดรวมและเงื่อนไขตลอดระยะเวลาที่ตกลงกัน
- มีค่าใช้จ่ายอื่นหรือไม่ ควรถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่ามีค่าดำเนินการ ค่าดูแลรถ หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญาหรือไม่
- หากชำระล่าช้าเกิดอะไรขึ้น อ่านเงื่อนไขเรื่องวันครบกำหนด ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนกรณีผิดนัดให้เข้าใจก่อนลงชื่อ
- รถถูกเก็บไว้ที่ไหน เพราะเป็นการจำนำแบบจอด รถจะไม่ได้อยู่กับเรา จึงควรรู้ว่าสถานที่จัดเก็บเป็นอย่างไร และมีการดูแลรถในช่วงที่ฝากไว้อย่างไร
- รับรถคืนอย่างไร ควรรู้ตั้งแต่ก่อนทำสัญญาว่า เมื่อชำระครบแล้วต้องใช้เอกสารอะไร ใช้เวลาเท่าไร และมีขั้นตอนใดเพิ่มเติมหรือไม่
วงเงินสูงไม่จำเป็นต้องคุ้มกว่า
สิ่งที่ควรเลือกไม่ใช่ “วงเงินสูงที่สุด” แต่เป็น วงเงินที่เพียงพอกับความต้องการและสามารถวางแผนชำระคืนได้ หากต้องการเงิน 100,000 บาท แต่เลือกกู้สูงกว่าความจำเป็นเพียงเพราะได้รับวงเงินมากขึ้น ภาระที่ต้องจัดการหลังจากนั้นก็อาจเพิ่มตามไปด้วย
ผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาและขั้นตอน สามารถดู คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจำนำรถ ก่อนตัดสินใจ
อยากรู้รถของเราได้วงเงินจริงเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรให้ Jamnumrod ประเมิน?
ถ้าอยากรู้ว่า จำนำรถจอดได้เท่าไหร่ วิธีที่ตรงที่สุดคือส่งข้อมูลของรถคันจริงให้ประเมิน เพราะแม้จะเป็นรถรุ่นและปีเดียวกัน แต่สภาพรถ เลขไมล์ ภาระไฟแนนซ์ และสถานะเอกสารอาจต่างกัน ทำให้วงเงินที่ประเมินได้ไม่เท่ากัน
เบื้องต้นควรเตรียมข้อมูลสำคัญให้ครบ
- ยี่ห้อ รุ่น และปีจดทะเบียน เพื่อใช้ดูช่วงราคาของรถในตลาดปัจจุบัน
- รูปถ่ายรถหลายมุม ทั้งภายนอก ภายใน และหน้าปัดเลขไมล์ เพื่อให้เห็นสภาพรถจริง
- สถานะเล่มทะเบียน ว่ารถผ่อนหมดแล้วหรือยัง เล่มอยู่กับใคร และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นใคร
- ยอดปิดบัญชีล่าสุด หากรถยังติดไฟแนนซ์ เพราะมีผลต่อการคำนวณส่วนต่างที่อาจได้รับ
- ข้อมูลการดัดแปลงหรือความเสียหายของรถ หากมี ควรแจ้งตามจริงตั้งแต่ต้นเพื่อให้ผลประเมินใกล้เคียงกับตอนตรวจรถจริง
เมื่อได้รับวงเงินประเมินแล้ว ยังไม่ควรดูแค่ว่าได้เงินเท่าไร แต่ควรถามต่อให้ครบว่า ได้เงินสุทธิจริงเท่าไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้องชำระคืนทั้งหมดเท่าไร และมีเงื่อนไขการไถ่ถอนรถอย่างไร เพราะวงเงินสูงไม่ได้แปลว่าข้อเสนอนั้นเหมาะที่สุดเสมอไป
ผู้ที่มีรถบ้าน รถกระบะ รถตู้ รถบริษัท หรือรถที่ยังติดไฟแนนซ์บางกรณี สามารถส่งข้อมูลให้ Jamnumrod รับจำนำรถจอด ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ โดยวงเงินจริงจะพิจารณาจากรายละเอียดของรถแต่ละคัน ไม่ได้กำหนดจากรุ่นรถเพียงอย่างเดียว
โทรศัพท์
LINE Official Account
628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

