รถที่ขายไปแล้ว เงินก็รับครบ รถก็ส่งมอบให้คนซื้อไปแล้ว แต่ชื่อในเล่มทะเบียนยังเป็นเจ้าของเดิมอยู่ สถานการณ์แบบนี้คือจุดที่ต้องใช้การ โอนลอยรถยนต์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะในทางทะเบียน การส่งมอบรถกับการเปลี่ยนชื่อเจ้าของยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน หากปล่อยไว้นาน ปัญหาที่ตามมาอาจตกได้ทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ ตั้งแต่ภาษี อุบัติเหตุ การใช้รถไปกระทำความผิด ไปจนถึงตรวจสอบที่มาของรถไม่ได้ครบถ้วน กรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำให้ซื้อขายรถแล้วดำเนินการโอนทางทะเบียนให้เรียบร้อยโดยเร็ว ไม่ควรฝากเอกสารไว้ให้ไปจัดการกันภายหลังแบบโอนลอย
โอนลอยรถยนต์คืออะไร ต่างจากโอนตรงตรงไหน
การโอนลอยรถ คือการที่เจ้าของรถเซ็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนไว้ให้ผู้ซื้อ แต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในระบบทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกให้เสร็จในขณะนั้น บางกรณีแบบคำขอโอนมีเพียงชื่อผู้โอน หรือมีข้อมูลผู้รับโอนแล้วแต่ยังไม่นำรถไปดำเนินการทางทะเบียน จึงเกิดช่วงที่รถอยู่กับคนใหม่ แต่ชื่อในระบบยังเป็นคนเดิม ส่วน การโอนรถเปลี่ยนเจ้าของแบบโอนตรง ผู้ซื้อและผู้ขายจะดำเนินการตรวจเอกสาร ตรวจรถ และเปลี่ยนชื่อในระบบให้เสร็จที่สำนักงานขนส่ง เมื่อขั้นตอนเรียบร้อย ชื่อผู้ครอบครองในระบบก็จะตรงกับข้อมูลในเล่มทะเบียน
| เปรียบเทียบ | โอนลอย | โอนให้เสร็จที่ขนส่ง |
|---|---|---|
| ส่งมอบรถแล้ว | ได้ | ได้ |
| ชื่อในระบบเปลี่ยนทันที | ยังไม่เปลี่ยน | เปลี่ยนเมื่อดำเนินการเรียบร้อย |
| ตรวจสอบรถกับขนส่ง | อาจยังไม่ได้ตรวจครบ | มีขั้นตอนตรวจสอบก่อนโอน |
| ความเสี่ยงหลังขาย | สูงกว่า หากผู้ซื้อไม่ไปโอนต่อ | ลดปัญหาเรื่องชื่อเจ้าของเดิม |
ซื้อขายรถแล้วชื่อยังไม่เปลี่ยน ทั้งคนขายและคนซื้อเสี่ยงตรงไหน
ปัญหาของการโอนลอยไม่ได้เกิดกับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพราะช่วงที่รถเปลี่ยนมือไปแล้วแต่ข้อมูลทะเบียนยังค้างอยู่ คนขายกับคนซื้อมีความเสี่ยงคนละแบบ
ฝั่งคนขาย ชื่อของตัวเองยังปรากฏเป็นผู้ครอบครองรถในระบบ หากผู้ซื้อยังไม่ดำเนินการโอนแล้วรถมีปัญหา เช่น ไม่ต่อภาษี เกิดอุบัติเหตุ หรือนำรถไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เจ้าของเดิมอาจต้องเสียเวลาเข้าไปชี้แจงและนำหลักฐานการซื้อขายมายืนยันว่ารถถูกส่งมอบไปแล้ว กรมการขนส่งทางบกระบุปัญหาลักษณะนี้ไว้โดยตรงว่าเป็นหนึ่งในเหตุที่ไม่แนะนำให้ซื้อขายด้วยวิธีโอนลอย
ฝั่งคนซื้อ ก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่า เพราะถ้ายังไม่ได้ดำเนินการตรวจรถและโอนกับขนส่ง ก็ยังตรวจสอบความถูกต้องของรถได้ไม่สมบูรณ์ ทั้งชื่อเจ้าของ เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ สีรถ และประวัติทางทะเบียน หากเอกสารหรือรถมีปัญหา เช่น รถสวมทะเบียนหรือรถที่ได้มาไม่ถูกต้อง ผู้ซื้ออาจเป็นคนที่ต้องตามแก้ปัญหาทีหลังเอง
รถอยู่กับคนใหม่ แต่ชื่อยังเป็นคนเดิม = การซื้อขายยังไม่จบในทางทะเบียน
รถยังติดไฟแนนซ์ อย่าใช้การโอนลอยแทนการจัดการสัญญา
อีกกรณีที่ต้องแยกให้ชัดคือรถที่ยังผ่อนไม่หมด หากเป็นสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ของรถโดยทั่วไปยังอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์จนกว่าจะชำระครบตามสัญญา การที่ผู้เช่าซื้อถือรถและเป็นคนผ่อนอยู่ ไม่ได้หมายความว่าสามารถเซ็น โอนลอยรถยนต์ ให้คนอื่นแล้วจบกันเองได้เหมือนรถปลอดภาระ
ถ้าต้องการเปลี่ยนคนผ่อน ขายรถ หรือจัดการภาระเดิม ควรติดต่อไฟแนนซ์เพื่อดูขั้นตอนที่ถูกต้องก่อน เช่น ขอทราบยอดปิดบัญชี หรือดำเนินการเปลี่ยนสัญญาตามเงื่อนไขของผู้ให้เช่าซื้อ หากยังไม่แน่ใจว่าเหตุใดรถที่ผ่อนอยู่จึงมีข้อจำกัดเรื่องกรรมสิทธิ์ สามารถทำความเข้าใจพื้นฐานจากเรื่อง ไฟแนนซ์คืออะไร เพิ่มเติมได้
สำหรับรถที่ยังติดภาระและต้องการนำมูลค่ารถไปใช้เป็นเงินทุน ก็ควรตรวจสอบสถานะก่อนเช่นกัน เพราะการที่จะรู้ได้ว่า รถติดไฟแนนซ์จำนำได้ไหม ต้องดูเป็นรายกรณีจากยอดที่เหลือ มูลค่ารถ และเงื่อนไขของรถ ไม่ใช่นำรถไปเปลี่ยนมือโดยข้ามไฟแนนซ์เดิ
โอนลอยไปแล้ว แต่ผู้ซื้อยังไม่เปลี่ยนชื่อ ควรทำอย่างไร
ถ้ารถถูกส่งมอบไปแล้วและเพิ่งพบว่าชื่อยังไม่ถูกเปลี่ยน อย่าปล่อยไว้เพราะคิดว่ามีสัญญาซื้อขายอยู่แล้วก็พอ ทางที่ตรงที่สุดคือประสานผู้ซื้อเพื่อไปดำเนินการโอนทางทะเบียนให้เสร็จ โดยเตรียมหลักฐานของรถและการซื้อขายให้ครบ
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนกลับไปดำเนินการ ได้แก่
- เล่มทะเบียนรถตัวจริง
- ข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน
- สัญญาซื้อขายหรือหลักฐานการชำระเงิน
- แบบคำขอโอนและรับโอนที่กรอกข้อมูลครบ
- เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ สีรถ และข้อมูลในเล่มให้ตรงกับรถจริง
- ภาษีรถประจำปีว่ายังอยู่ในสถานะเรียบร้อยหรือไม่
กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ผู้ซื้อและผู้ขายนำรถไปดำเนินการตรวจสอบและโอนที่สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียน เพื่อให้ข้อมูลผู้ครอบครองในระบบเปลี่ยนตรงกับผู้ใช้รถจริง หากติดต่อผู้ซื้อไม่ได้ เอกสารมีปัญหา หรือรถถูกนำไปเกี่ยวข้องกับเหตุผิดปกติ ควรนำหลักฐานการซื้อขายไปสอบถามสำนักงานขนส่งที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว และหากมีเหตุที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดหรือรถต้องสงสัย กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ขนส่งหรือตำรวจเพื่อตรวจสอบต่อ
ซื้อขายรถให้จบ อย่าจบแค่ส่งกุญแจและรับเงิน
การ โอนลอยรถยนต์ อาจสะดวกในวันที่ซื้อขาย เพราะไม่ต้องพากันไปจัดการทุกขั้นตอนทันที แต่ความสะดวกตรงนั้นแลกกับช่วงเวลาที่รถอยู่กับคนหนึ่ง ขณะที่ชื่อทางทะเบียนยังเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นช่องว่างที่สร้างปัญหาได้ทั้งสองฝ่าย
ทางที่ชัดที่สุดคือเช็กเล่มกับรถให้ตรงกัน ทำสัญญาซื้อขาย เก็บหลักฐานการชำระเงิน และดำเนินการเปลี่ยนชื่อในระบบขนส่งให้เรียบร้อยในช่วงการซื้อขาย ไม่ควรเซ็นเอกสารว่างแล้วปล่อยให้คนอื่นนำไปกรอกหรือดำเนินการเมื่อไรก็ได้ เพราะกรมการขนส่งทางบกเองก็เตือนถึงความเสี่ยงจากวิธีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการขายรถ แต่กำลังคิดจะใช้มูลค่ารถเป็นเงินทุน การขายแล้ว โอนรถลอย ไม่ใช่ทางเดียว หากรถสามารถหยุดใช้งานได้ชั่วคราว สามารถเปรียบเทียบและดูรายละเอียดของ บริการจำนำรถจอดของ Jamnumrod ก่อนตัดสินใจขายรถออกไป โดยควรดูสถานะกรรมสิทธิ์ ภาระไฟแนนซ์ และเงื่อนไขของรถแต่ละคันก่อนดำเนินการ
โทรศัพท์
LINE Official Account
628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

