ได้ทำการตกลงซื้อขายรถมือสองกันเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเรื่องไปเปลี่ยนชื่อเจ้าของที่ขนส่ง โดยขั้นตอนนี้มักมีการส่งมอบ ชุดโอนลอยรถ ให้ผู้ซื้อนำไปดำเนินการต่อ ปัญหาคือเอกสารบางชุดมีเพียงเล่มทะเบียนกับสำเนาบัตรประชาชน แต่ไม่มีแบบคำขอโอนที่กรอกครบ หรือไม่มีหลักฐานยืนยันวันซื้อขาย เมื่อถึงเวลานำรถไปโอนจริงจึงอาจต้องย้อนกลับไปตามเอกสารจากเจ้าของเดิมอีกครั้ง
ก่อนรับหรือส่งมอบรถ ควรตรวจสอบ เอกสารโอนลอยรถ ให้เรียบร้อย ดูว่าเอกสารครบทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะชื่อเจ้าของรถในเล่ม ลายมือชื่อ และข้อมูลรถที่ต้องตรงกัน เพราะการเซ็นเอกสารไว้ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนชื่อในระบบทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ปกติแล้ว เอกสารโอนลอยรถต้องใช้อะไรบ้าง?
สำหรับการซื้อขายรถยนต์มือสองทั่วไป กรมการขนส่งทางบกระบุหลักฐานที่ใช้ดำเนินการโอนรถไว้ทั้งเล่มทะเบียน หลักฐานประจำตัว เอกสารซื้อขาย และแบบคำขอโอนและรับโอน โดยเอกสารที่ควรจัดเตรียมมีดังนี้
เช็กลิสต์ชุดโอนลอยรถยนต์
ตรวจเอกสารให้ครบก่อนส่งมอบรถและนำไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง
หมายเหตุ: รถที่เป็นชื่อนิติบุคคลหรือมีสถานะทะเบียนเฉพาะกรณี อาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมตามที่สำนักงานขนส่งกำหนด
ใบโอนลอยรถ หนังสือโอนลอยรถ และแบบคำขอโอน ใช่ใบเดียวกันไหม?
ชื่อที่ใช้เรียกกันอย่าง ใบโอนลอยรถ ใบโอนรถลอย หรือหนังสือโอนลอยรถ อาจทำให้เข้าใจว่าเป็นเอกสารราชการชนิดเดียว แต่ในทางปฏิบัติควรแยกเอกสารสำคัญออกเป็น 3 อย่าง
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| แบบคำขอโอนและรับโอน | ใช้ยื่นคำขอเปลี่ยนชื่อทางทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบก |
| สัญญาซื้อขายรถยนต์ | ใช้ยืนยันข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย |
| หนังสือมอบอำนาจ | ใช้เมื่อเจ้าของรถมอบหมายให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน |
สำหรับผู้ที่กำลังหา แบบฟอร์มโอนลอยรถยนต์ ควรใช้แบบคำขอโอนและรับโอนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้จาก คำแนะนำการโอนรถมือสองของกรมการขนส่งทางบก ก่อนกรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อให้ครบถ้วน
ก่อนเซ็นชุดโอนลอยรถยนต์ ตรวจอะไรให้ครบเพื่อไม่ต้องตามแก้ภายหลัง
เอกสารครบอย่างเดียวไม่พอ หากข้อมูลในแต่ละฉบับไม่ตรงกันก็อาจเกิดปัญหาตอนโอนได้ โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านคนกลางหรือส่งเอกสารให้ผู้ซื้อไปดำเนินการเอง
ก่อนส่งมอบชุดโอนลอยรถยนต์ ควรตรวจ 4 จุดนี้
- ชื่อเจ้าของรถตรงกับเล่มทะเบียน ผู้ที่ลงชื่อโอนต้องเป็นผู้มีสิทธิดำเนินการ ไม่ใช่เพียงคนที่นำรถมาขาย
- ข้อมูลรถตรงกันทุกฉบับ ทะเบียนรถ เลขตัวถัง และเลขเครื่องยนต์ต้องตรงกับตัวรถจริง
- เอกสารซื้อขายระบุวันและคู่สัญญาชัดเจน เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ารถส่งมอบให้ใครและเมื่อไร
- ไม่เซ็นแบบฟอร์มเปล่า ควรกรอกรายละเอียดที่จำเป็นให้ครบก่อนลงลายมือชื่อ และเก็บสำเนาชุดเอกสารที่ลงนามแล้วไว้ทั้งสองฝ่าย
กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ผู้ซื้อและผู้ขายนำรถไปตรวจสอบและดำเนินการโอนให้เรียบร้อยที่สำนักงานขนส่ง เพราะการส่งชุดเอกสารไว้แล้วให้ผู้ซื้อไปโอนภายหลังมีความเสี่ยงหากชื่อเจ้าของเดิมยังค้างอยู่ในระบบ
หากต้องการเข้าใจว่าการโอนลอยต่างจากการโอนตรงอย่างไร และเหตุใดการขายรถไปแล้วแต่ชื่อยังไม่เปลี่ยนจึงสร้างปัญหาได้ สามารถอ่านเพิ่มเติม โอนลอยรถยนต์คืออะไร ประกอบก่อนส่งมอบเอกสารได้
รถยังติดไฟแนนซ์ ใช้เอกสารซื้อขายรถโอนลอยได้เลยหรือไม่?
รถที่ยังอยู่ในสัญญาเช่าซื้อไม่ควรนำมาจัดทำ เอกสารซื้อขายรถโอนลอย เหมือนรถที่ผ่อนหมดแล้ว เพราะกรรมสิทธิ์โดยทั่วไปยังอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์ การที่ผู้เช่าซื้อเป็นคนใช้งานและผ่อนค่างวด ไม่ได้หมายความว่าสามารถเซ็นโอนให้บุคคลอื่นได้โดยไม่จัดการสัญญาเดิม
หากตั้งใจขายรถที่ยังผ่อนไม่หมด ควรขอยอดปิดบัญชีล่าสุดจากไฟแนนซ์และตรวจสอบขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนทำสัญญาซื้อขาย โดยสามารถดูแนวทาง ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ เพื่อทำความเข้าใจการจัดการภาระเดิมก่อนเปลี่ยนเจ้าของรถ
เอกสารครบแล้ว อย่าลืมทำเรื่องโอนให้เสร็จ
เอกสารการโอนลอยรถ ที่ครบช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายดำเนินการต่อได้สะดวกขึ้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าชื่อเจ้าของรถเปลี่ยนแล้ว ก่อนจบการซื้อขายจึงควรตรวจทั้งเอกสาร รถจริง ภาษีประจำปี และการเปลี่ยนชื่อทางทะเบียนให้เรีย
โทรศัพท์
LINE Official Account
628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

