ติดแบล็คลิสไม่ใช่ทางตัน! เจาะลึกความต่างเครดิตบูโร พร้อมแนวทางแก้ไขให้กลับมาเดินต่อได้

ติดแบล็คลิส

ติดแบล็คลิส หากใครได้ยินหรือพบเจอ ก็คงรู้สึกกังวลไปแล้วว่าชีวิตทางการเงินจะมีปัญหาขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตหลังจากนี้จะต้องลำบากมากแน่ๆ ความจริงแล้ว มันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ ในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานจนถึงทางออกสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเครดิต เพื่อให้คุณเห็นว่าทุกวิกฤต ทุกปัญหาที่เจอจะมีทางออกเสมอ

Table of Contents

ติดแบล็คลิสคืออะไร แล้วต่างจากเครดิตบูโรยังไง?

คำว่า “ติดแบล็คลิส” เป็นภาษาที่มักใช้เรียกกันทั่วไปเมื่อมีประวัติการชำระหนี้ที่อาจกระทบต่อการขอสินเชื่อ เช่น มีบัญชีค้างชำระหรือเคยผิดนัด แต่ในระบบเครดิตบูโรไม่ได้มีบัญชีรายชื่อที่เรียกว่า Blacklist โดยตรง เครดิตบูโรมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้จากสมาชิก เพื่อให้สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ

ดังนั้นการมีข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโรไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องเสีย เพราะคนที่ชำระหนี้ตรงเวลาก็มีข้อมูลอยู่ในระบบเช่นกัน หากต้องการเข้าใจว่าในรายงานมีข้อมูลอะไรบ้าง สามารถดูเรื่อง เครดิตบูโรคืออะไร  ต่อได้

สาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนเริ่มติดแบล็คลิสโดยไม่รู้ตัว

บางครั้งการเสียเครดิตไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะเบี้ยวหนี้ แต่มักเริ่มจากนิสัยการเงินเล็กๆ ที่เรามองข้าม จนสะสมกลายเป็นดินพอกหางหมู โดยสาเหตุยอดฮิตที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • การค้างค่างวดรถ ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เพราะหนี้รถเป็นหนี้ก้อนใหญ่ หากค้างเพียง 1-2 งวด ประวัติจะถูกส่งเข้าระบบทันที และส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง ทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณติดลบได้  คุณสามารถอ่านรายละเอียดผลกระทบได้ที่บทความ ค้างค่างวดรถ
  • กับดักการจ่ายขั้นต่ำ การจ่ายเพียงขั้นต่ำของบัตรเครดิตไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ผิดกฎแต่ทำให้ดอกเบี้ยพอกพูน จนวันหนึ่งยอดหนี้จะสูงเกินกำลังจ่ายและกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด
  • การมีหนี้หลายก้อนเกินไป เมื่อสัดส่วนหนี้สูงกว่ารายได้ (DSR) เพียงแค่มีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงินแค่นิดเดียว ระบบการหมุนเงินของคุณจะล้มทันที ทำให้เริ่มขาดส่งในที่สุด
ติดแบล็กลิส

ติดแบล็คลิสยังผ่อนรถ รีไฟแนนซ์ หรือจำนำทะเบียนรถได้ไหม?

เป็นคำถามที่หลายคนกังวลใจมาก คำตอบคือ ยังมีโอกาสทำได้ แต่อาจจะไม่ได้เดินเข้าไปกู้กับธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ ได้ง่ายเหมือนเดิม เพราะธนาคารเหล่านั้นมักจะมีเงื่อนไขเรื่องประวัติบูโรที่ค่อนข้างตึง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่เป็น Non-Bank หรือสถาบันการเงินเฉพาะทางที่เน้นดูจาก มูลค่าทรัพย์สิน มากกว่าประวัติในอดีต อย่างที่ Jamnumrod เรามองเห็นว่ารถของคุณมีค่ามากกว่าแค่ตัวเลขในกระดาษ การเลือกทำเรื่องผ่านที่ปรึกษาที่เข้าใจปัญหาแบล็คลิสโดยตรง จะช่วยให้คุณเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปหมุนเวียนหรือปิดหนี้เดิมได้ โดยที่ไม่เป็นการขายตรงจนอึดอัด แต่เป็นการหาทางออกร่วมกันจากราคารถของคุณเอง

ถ้าค้างค่างวดรถจนเริ่มมีปัญหา ควรทำอะไรก่อนรถถูกยึด

หากเริ่มเห็นแล้วว่าค่างวดเดิมหรืองวดต่อไปไม่ไหวแล้วแน่ๆ ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อสอบถามทางเลือก ปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการค้างหลายงวดจนจ่ายไม่ไหวจริงๆ เพราะการปรับวิธีชำระอาจเหมาะกว่าการสร้างหนี้ใหม่เพื่อเอามาหมุนจ่ายค่างวดเดิม

นอกจากนี้การมองหาทางเลือกอื่นเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เป็นความคิดที่ดีมาก บางคนเลือกที่จะรีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินส่วนต่างมาปิดค่างวดที่ค้างอยู่ เพื่อรักษาประวัติตัวเองไม่ให้ต้องเสียไปมากกว่านี้ การมีเงินสดสำรองเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินจะช่วยให้คุณสามารถต่อรองกับเจ้าหนี้ได้ ดีกว่าการปล่อยให้รถโดนยกไปเฉยๆ ถ้าภาระรถเริ่มหนักและต้องการรู้ว่าหากจัดการสัญญาเดิมให้จบตอนนี้ต้องใช้เงินเท่าไร ควรขอ ยอดปิดบัญชีล่าสุด ก่อน แล้วค่อยเปรียบเทียบกับมูลค่ารถ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเรื่อง ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ เพิ่มเติมได้

วิธีเช็กว่าตัวเองติดแบล็คลิสหรือมีประวัติค้างชำระหรือไม่

การรู้สถานะตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการแก้ไข คุณไม่จำเป็นต้องเดาหรือนั่งกังวลไปเอง โดยสามารถทำได้ตามช่องทางเหล่านี้

  1. แอปธนาคาร (Mobile Banking) ปัจจุบันทำได้ง่ายมากผ่านแอปฯ เกือบทุกสี โดยข้อมูลจะส่งเข้าอีเมลภายในไม่กี่วัน
  2. เคาน์เตอร์ธนาคารหรือตู้ ATM สามารถยื่นบัตรประชาชนเพื่อขอตรวจข้อมูลเครดิตบูโรได้โดยตรง
  3. ดูสถานะบัญชี เมื่อได้รายงานมาแล้ว ให้ดูที่รหัสสถานะ หากเป็นเลข 10 คือปกติ แต่ถ้าเป็น 20 คือมีการค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่เราเรียกว่าแบล็คลิส
ทําไมลูกค้าถึงเลือก Jamnumrod
เงินด่วน ใช้รถคันเดิมได้
อนุมัติไว ไม่เช็คบูโร รู้ผลเร็ว
✓
อนุมัติไวภายในวันเดียว
✓
ไม่เช็คเครดิตบูโร
✓
เอกสารไม่ยุ่งยาก
✓
รถยังใช้งานได้ตามปกติ
เริ่มต้นประเมินวงเงินได้ง่าย ๆ ภายในไม่กี่ขั้นตอน
ประเมินวงเงินฟรี →

ติดแบล็คลิสกี่ปีถึงกลับมาขอสินเชื่อได้อีกครั้ง?

ข้อมูลเครดิตมีระยะเวลาจัดเก็บตามหลักเกณฑ์ โดยข้อมูลประวัติในระบบสามารถย้อนหลังได้ไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรอครบ 3 ปีทุกคนจึงจะสามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ หลังจัดการหนี้ค้างและสถานะบัญชีได้รับการอัปเดตแล้ว ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาทั้งข้อมูลเครดิตปัจจุบัน รายได้ ภาระหนี้ และเกณฑ์ของแต่ละแห่งประกอบกันอีกครั้ง

ถ้าต้องการใช้เงินด่วน แต่ติดแบล็คลิส ยังมีทางเลือกอะไรบ้าง?

ในสภาวะที่ต้องการกระแสเงินสดมาหมุนเวียนแต่เครดิตยังไม่เอื้ออำนวย สินเชื่อที่มีทรัพย์สินค้ำประกันคือทางออกที่เร็วที่สุด

  • จำนำทะเบียนรถ: การจำนำทะเบียนรถเป็นการนำเล่มไปวางเป็นประกัน โดยที่คุณยังใช้รถประกอบอาชีพได้ตามปกติ
  • รีไฟแนนซ์: ย้ายจากที่เดิมมาที่ใหม่ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่นกว่า เพื่อลดค่างวดหรือเอาเงินส่วนต่างออกมาใช้ อ่านเพิ่มเติม รีไฟแนนซ์คืออะไร ได้ที่นี่
  • ขายรถปิดหนี้: ในกรณีที่ภาระหนักเกินไป การขายเพื่อปลดหนี้ให้จบก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้เริ่มต้นใหม่ได้เร็ว

สำหรับใครที่ยังมืดแปดด้าน บริการจาก Jamnumrod พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้คุณแบบนุ่มๆ เราเน้นการช่วยเหลืออย่างตรงไปตรงมา ดูตามสภาพความเป็นจริงของรถและกำลังจ่ายของคุณ เพื่อให้คุณข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

สรุป ติดแบล็คลิสไม่ใช่จุดจบ ถ้าหากวางแผนทางการเงินได้ถูกต้อง

สุดท้ายนี้อยากให้กำลังใจว่า การมีประวัติเสียไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่มันคือบทเรียนให้เรากลับมาวางแผนการเงินให้รัดกุมขึ้น เมื่อคุณเริ่มจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ เครดิตของคุณก็จะกลับมาดีได้เสมอ

ที่ Jamnumrod เราให้บริการจำนำรถจอดเชื่อว่าทุกคนมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ เราจึงพร้อม ช่วยหาทางออกอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์หรือสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ เราจะช่วยดูช่องทางที่เป็นประโยชน์กับคุณที่สุด เพื่อให้คุณกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *