การที่ต้องจ่ายค่างวดมอเตอร์ไซค์เดือนละหลายพันบาทเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องทำสำหรับคนที่มีรายได้ แต่หากรายได้ลดลง ออกจากงาน งานหาย หรือมีค่าใช้จ่ายอื่นเข้ามาพร้อมกัน เงินเดือนที่ได้เท่าเดิมก็อาจจะไม่พออีกต่อไป อาจทำให้เราเริ่มจ่ายช้าขึ้น ต้องหาเงินมาหมุนจากทางอื่น หรือรู้ตัวว่าอีกไม่กี่เดือนอาจผ่อนต่อไม่ไหว ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์ ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ควรคุยกับไฟแนนซ์ให้เคลียร์ก่อนปล่อยให้ค่างวดสะสมมากยิ่งขึ้น
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า การปรับหนี้ไม่ได้ทำให้ยอดเดิมหายไป ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนวิธีจ่ายให้เหมาะกับกำลังมากขึ้น เช่น ลดค่างวดหรือยืดระยะเวลา ซึ่งหลักการคล้ายกับการ ปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ เพียงแต่ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละสัญญาต่างกัน
ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์คืออะไร? ค่างวดลดได้ แต่หนี้ไม่ได้หายไป
ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์ คือการที่เรากลับไปคุยกับไฟแนนซ์อีกครั้งว่า เงื่อนไขเดิมเริ่มจ่ายไม่ไหวแล้ว อยากจะปรับเปลี่ยนวิธีผ่อนอย่างไรได้บ้างให้ยังสามารถจ่ายต่อไปได้
- สมมติว่า เดิมต้องจ่ายเดือนละ 4,000 บาท แต่หลังรายได้ลดลง เหลือเงินที่พอแบ่งมาจ่ายรถได้ประมาณ 2,500-3,000 บาท ถ้ายังฝืนจ่ายเท่าเดิมด้วยการยืมเงินจากทางอื่นทุกเดือน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่รถเพียงก้อนเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนี้หลายทางพร้อมกัน
สิ่งที่ไฟแนนซ์อาจนำมาพิจารณามีทั้งการยืดระยะเวลาผ่อน ลดภาระในบางช่วง หรือปรับแผนการจ่ายใหม่ตามสถานการณ์ โดยไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับเงื่อนไขเหมือนกัน ธปท. เองก็ยกการขยายระยะเวลาหรือปรับรูปแบบการชำระเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหนี้เช่าซื้อ
สัญญาเดิมจ่ายไม่ไหว → คุยไฟแนนซ์ → ได้เงื่อนไขใหม่ → เช็กว่าจ่ายไหวจริงหรือไม่
ผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ไม่ไหว ควรขอปรับโครงสร้างหนี้ตอนไหน?
ไม่ต้องรอให้รถใกล้ถูกยึดแล้วค่อยคิดเรื่องนี้ หากเริ่มเห็นล่วงหน้าว่าการเงินกำลังมีปัญหา ก็ควรติดต่อไฟแนนซ์เพื่อถามทางเลือกได้แล้ว เพราะการปล่อยให้ยอดค้างเพิ่มไม่ได้ช่วยให้เจรจาง่ายขึ้น
เช็กตัวเองง่าย ๆ ว่าเริ่มถึงเวลาหรือยัง
- เดือนนี้ยังจ่ายได้ แต่เริ่มไม่แน่ใจว่าเดือนหน้าจะมีเงินพอ
- จากที่เคยจ่ายตรง เริ่มจ่ายช้าบ่อยขึ้น
- ต้องยืมเงินหรือใช้หนี้ก้อนอื่นมาหมุนจ่ายค่ารถ
- รายได้ลดลงและยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเท่าเดิมเมื่อไร
- หลังจ่ายค่างวดแล้วแทบไม่เหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
หากตรงเพียงข้อเดียวเพราะเกิดเหตุฉุกเฉินชั่วคราว อาจยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสัญญาทั้งหมด แต่ถ้าเกิดซ้ำทุกเดือน การขอ ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์ ย่อมสมเหตุสมผลกว่าการใช้หนี้ใหม่มาอุดค่างวดเก่า
และอย่าสับสนกับการ พักชำระหนี้งวดรถ เพราะการพักเหมาะกับปัญหาระยะสั้นมากกว่า ส่วนกรณีที่รายได้ลดลงต่อเนื่อง การเปลี่ยนโครงสร้างการผ่อนอาจตอบโจทย์กว่า ซึ่งหลักคิดเดียวกันนี้เห็นได้จากแนวทางที่ใช้กับหนี้รถยนต์บนเว็บไซต์ Jamnumrod เช่นกัน
สัญญาณอันตรายจริง ๆ ไม่ใช่ ค้างมาแล้วกี่งวด แต่คือเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเงินหมุนในตอนนี้ไม่เพียงพอกับค่างวดที่ต้องจ่าย
ลดค่างวดได้จริงหรือแค่ยืดเวลาผ่อน? ก่อนตกลงต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง
การลดค่างวดอาจจะฟังดูดี แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะนำ่มาใช้ตัดสินใจได้ เพราะบางครั้งยอดที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลงจากการนำหนี้ไปกระจายออก ทำให้ต้องใช้ระยะเวลายาวนานขึ้นกว่าจะครบ สมมติไฟแนนซ์บอกว่า จากเดิมเดือนละ 4,000 บาท สามารถลดลงเหลือ 2,800 บาทได้ อย่าเพิ่งหยุดที่คำว่า “ประหยัดเดือนละ 1,200 บาท” ให้ถามต่ออีก 4 ตัวเลข
- ค่างวดใหม่เท่าไร ต้องเป็นยอดที่รายได้ปัจจุบันจ่ายได้จริง ไม่ใช่แค่ถูกกว่าเดิม
- ต้องผ่อนเพิ่มกี่เดือน
ถ้าค่างวดลดลงแต่สัญญายาวขึ้นมาก ก็ต้องคิดว่าเรารับภาระระยะยาวนั้นไหวหรือไม่ - ยอดรวมหลังปรับเป็นเท่าไร ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าความสบายในแต่ละเดือนแลกมากับภาระรวมที่เปลี่ยนไปแค่ไหน
- ถ้าอยากปิดบัญชีก่อน ต้องใช้ยอดเท่าไร คนที่มีโอกาสได้เงินก้อนในอนาคตควรถามเรื่องนี้ไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องมาหาข้อมูลใหม่ตอนต้องการจบสัญญา
| ทางเลือก | ทำกับใคร | จุดประสงค์หลัก | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์ | ไฟแนนซ์เจ้าหนี้เดิม | ปรับวิธีจ่ายหนี้เดิมให้เหมาะกับกำลัง | ค่างวดลด แต่อาจผ่อนนานขึ้น |
| จำนำรถมอเตอร์ไซค์ | ผู้ให้บริการตามรูปแบบที่เลือก | ใช้รถที่มีมูลค่าเพื่อขอเงินทุน | มีสัญญา ดอกเบี้ย และภาระใหม่ที่ต้องจ่าย |
ถ้ารถยังผ่อนไม่หมด ประเด็นสำคัญคือ สถานะกรรมสิทธิ์และภาระเดิมยังไม่ได้จบ จึงไม่ควรนำรถไปสร้างสัญญาใหม่เองโดยยังไม่ได้ตรวจสิทธิและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ให้ถูกต้องก่อน
แต่ถ้ารถผ่อนหมดแล้ว มีเล่มและกรรมสิทธิ์เรียบร้อย การ จำนำเล่มรถมอเตอร์ไซค์ จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนรถที่ยังผ่อนอยู่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางเลือกเลย บางกรณีสามารถนำข้อมูลรถ ยอดปิดบัญชี และมูลค่าปัจจุบันมาประเมินก่อนว่ามีแนวทางใดทำได้ ซึ่งเนื้อหาเรื่อง รถติดไฟแนนซ์จำนำได้ไหม แยกกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะ
ถ้าปรับโครงสร้างหนี้แล้วก็ยังผ่อนไม่ไหว ควรจัดการรถต่ออย่างไร?
ถ้าปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว แต่รู้สึกว่ายังหมุนเงินไม่ทันเหมือนเดิม อย่าพึ่งรีบขยายหนี้ออกไปอีก เพราะอาจถึงจุดที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ค่างวดสูงเกินไป แต่เป็น ภาระรถทั้งก้อนสูงกว่ากำลังที่มี
ลองแบ่งสถานการณ์ของตัวเองออกเป็น 3 แบบ
- ยังต้องใช้มอเตอร์ไซค์ทำงาน
หากรถมีผลโดยตรงกับรายได้ การรักษารถไว้มีน้ำหนักมาก ควรกลับไปคุยกับไฟแนนซ์ว่ามีเงื่อนไขไหนที่จ่ายได้จริงมากกว่าเดิม แทนการสร้างหนี้ใหม่ขึ้นมาอีกก้อน - รถยังติดไฟแนนซ์ แต่ต้องการหาทางจัดการภาระเดิม
เริ่มจากขอ ยอดปิดบัญชีล่าสุด และดูมูลค่ารถก่อน หากต้องการรู้ว่ารถที่ยังมีภาระสามารถประเมินทางเลือกอะไรได้บ้าง การดูเรื่อง รถติดไฟแนนซ์จำนำได้ไหม จะช่วยแยกได้ว่ากรณีไหนควรจัดการไฟแนนซ์เดิมก่อน - รถผ่อนหมดแล้วและไม่ได้ใช้งาน
หากรถจอดอยู่เฉย ๆ แต่ต้องการเงินทุน การประเมิน รับจำนำรถจอด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ โดยบริการของ Jamnumrod รองรับรถหลายประเภท รวมถึงมอเตอร์ไซค์ และจะต้องประเมินข้อมูลรถก่อนตกลงจริง
ตรงนี้เราควรรู้แล้วว่า กำลังจัดการหนี้ก้อนเดิม หรือ กำลังมองหาเงินก้อนใหม่ เพราะถ้าเป้าหมายยังไม่ชัด มีโอกาสเลือกวิธีที่สามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ แต่เป็นการเพิ่มภาระระยะยาวแทน
ก่อนเลือกทางต่อ ลองตอบ 3 ข้อนี้
- รถผ่อนหมดแล้วหรือยัง?
- ยอดที่ยังติดอยู่เท่าไร?
- ปัญหาของเราคือค่างวดหนักระยะยาว หรือแค่ต้องการเงินช่วงสั้น ๆ?
ถ้าสามคำถามนี้ตอบได้ชัด จะง่ายขึ้นมากว่าจะควร ปรับโครงสร้างหนี้รถมอเตอร์ไซค์ ต่อกับไฟแนนซ์เดิม หรือมองทางเลือกเกี่ยวกับรถในรูปแบบอื่น
สำหรับคนที่กำลังเปรียบเทียบเรื่องหนี้รถ การจำนำรถ หรือรถที่ยังติดไฟแนนซ์ สามารถดูข้อมูลและบริการเพิ่มเติมได้ที่ Jamnumrod ซึ่งมีทั้งบริการรับจำนำรถจอด ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ และเนื้อหาที่เกี่ยวกับการจัดการภาระรถหลากหลายรูปแบบ สิ่งสำคัญคืออย่าเลือกเพียงเพราะทางไหนได้เงินเร็วหรือค่างวดถูกลง แต่ให้เลือกจากตัวเลขที่ตัวเองรับได้จริง เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาครั้งนี้กลายเป็นภาระก้อนใหม่ในระยะยาวครับ.
โทรศัพท์
LINE Official Account
628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

