ช่วงที่รายได้ สถานะการเงินสะดุด การได้หยุดจ่ายค่างวดรถไปสักระยะอาจช่วยให้มีเงินเหลือไปจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อนได้ แต่การ พักชำระหนี้งวดรถ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของรถสามารถหยุดส่งค่างวดเองได้ทันที และไม่ได้แปลว่าหนี้ที่พักไว้จะหายไป เมื่อหมดช่วงพักอาจมีทั้งค่างวดที่เปลี่ยนไป ระยะเวลาผ่อนที่นานขึ้น หรือภาระดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ตกลงกับไฟแนนซ์
ดังนั้น ถ้าเริ่มรู้สึกว่าค่างวดรถหนักเกินกำลัง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่หยุดจ่าย แต่ควรดูว่าสถานการณ์ทางการเงินของเราสะดุดเพียงชั่วคราวหรือกำลังกลายเป็นปัญหาระยะยาว เพราะสองกรณีนี้ควรเลือกวิธีแก้ไม่เหมือนกัน
พักชำระหนี้งวดรถทำได้ไหม? ต่างจากหยุดจ่ายค่างวดเองอย่างไร
หากต้องการพักชำระหนี้งวดรถสามารถขอได้ หากบริษัทไฟแนนซ์มีแนวทางช่วยเหลือที่รองรับและพิจารณาอนุมัติตามสถานการณ์ของลูกหนี้ แต่ต้องเกิดจากการตกลงกันก่อน ไม่ใช่เจ้าของรถตัดสินใจเว้นค่างวดเอง
การพักอาจอยู่ในรูปของการหยุดจ่ายค่างวดช่วงหนึ่ง ลดจำนวนที่ต้องจ่ายชั่วคราว หรือปรับวิธีชำระในช่วงที่รายได้มีปัญหา รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของไฟแนนซ์และสถานะบัญชีของแต่ละคน ธปท. แนะนำให้ผู้ที่เริ่มไม่สามารถชำระค่างวดได้รีบติดต่อผู้ให้เช่าซื้อ เพื่อหารือเรื่องการพักหรือลดค่างวดก่อนปล่อยให้ปัญหาสะสม
สิ่งที่ไม่ควรทำคือคิดว่า
“เดือนนี้เงินไม่พอ งั้นหยุดจ่ายไปก่อน เดี๋ยวค่อยโทรหาไฟแนนซ์”
เพราะนั่นไม่ใช่การพักชำระตามข้อตกลง แต่เป็นการไม่ชำระค่างวดตามสัญญา และอาจทำให้เกิดประวัติค้างชำระรวมถึงค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง หากตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าปัญหาของตัวเองควรแก้แบบไหน ลองเริ่มจากดูว่า รถผ่อนไม่ไหว ทำยังไงดี เพราะการพักชำระเป็นเพียงหนึ่งทางเลือก ยังมีทั้งการลดค่างวด ปรับเงื่อนไข หรือจัดการภาระรถในรูปแบบอื่นได้
พักชำระหนี้งวดรถเหมาะกับใคร และควรติดต่อไฟแนนซ์ตอนไหน?
การพักค่างวดเหมาะกับสถานการณ์ที่ รายได้ลดลงชั่วคราว แต่ยังมีโอกาสกลับมาจ่ายตามปกติได้ เช่น งานลดลงช่วงหนึ่ง รายได้ขาดช่วง หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ทำให้เงินหมุนไม่ทัน ธปท. ใช้หลักเดียวกันในการแยกการพักค่างวดออกจากการขยายระยะเวลาหรือลดค่างวด ซึ่งจะเหมาะกว่าหากรายได้ลดลงในระยะยาว
ลองแยกสถานการณ์ง่าย ๆ แบบนี้
- รายได้สะดุด 1-2 เดือน แต่คาดว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
การสอบถามเรื่องพักหรือลดค่างวดชั่วคราวอาจช่วยประคองช่วงสั้น ๆ ได้ - รายได้ลดลงและยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร
การพักเพียงไม่กี่เดือนอาจแค่เลื่อนปัญหาออกไป เพราะเมื่อหมดช่วงพักก็ยังต้องกลับมารับภาระเดิม ในกรณีนี้การ ปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ เพื่อให้ค่างวดสัมพันธ์กับรายได้ระยะยาวอาจเหมาะกว่า - เริ่มต้องกู้เงินจากที่อื่นมาจ่ายรถทุกเดือน
นี่เป็นสัญญาณว่าปัญหาอาจไม่ใช่แค่ขาดเงินช่วงสั้น ๆ แล้ว ควรคำนวณรายรับ-รายจ่ายใหม่ก่อนตัดสินใจพัก เพราะการพักหนี้ไม่ได้แก้ต้นเหตุหากค่างวดเดิมสูงเกินกำลังอยู่แล้ว
จังหวะที่ดีที่สุดในการติดต่อไฟแนนซ์จึงไม่ใช่หลังจากค้างจนหนัก แต่คือ ตอนที่เริ่มเห็นแล้วว่าอีกไม่นานอาจจ่ายไม่ไหว
พักจ่ายค่างวดแล้ว ดอกเบี้ยหยุดไหม? หลังหมดช่วงพักต้องจ่ายอะไรต่อ
นี่คือส่วนที่ต้องถามให้ชัดที่สุด เพราะคำว่า “พักชำระ” ไม่ได้หมายถึง “พักหนี้ทั้งหมดโดยไม่มีต้นทุน”
ในมาตรการหรือข้อตกลงบางรูปแบบ อาจมีการยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงพัก แต่บางรูปแบบยังมีการคิดดอกเบี้ยจากจำนวนค่างวดที่พักไว้ ดังนั้นไม่ควรเหมารวมว่าขอพักแล้วดอกเบี้ยจะหยุดทันที ต้องดูเงื่อนไขที่ไฟแนนซ์เสนอให้กับบัญชีของเราโดยตรง
หลังหมดช่วงพัก ยอดที่ไม่ได้จ่ายในช่วงนั้นไม่ได้หายไปเอง โดยอาจถูกจัดการได้หลายแบบ เช่น
- นำยอดที่พักไว้ไปเฉลี่ยกับค่างวดที่เหลือ
- ขยายระยะเวลาผ่อนออกไป
- ปรับค่างวดหลังหมดช่วงพัก
- จัดทำเงื่อนไขการชำระใหม่ร่วมกับการปรับโครงสร้างหนี้
ก่อนตกลงพักชำระหนี้งวดรถ ต้องถามไฟแนนซ์เรื่องอะไรให้ชัด?
อย่าดูเพียงประโยคว่า “พักค่างวดได้ 3 เดือน” แล้วตัดสินใจทันที เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือเงื่อนไขหลังจากเดือนที่ 3 เป็นต้นไป
| เรื่องที่ต้องเช็ก | ควรถามอะไร | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| ระยะเวลาพัก | พักได้กี่งวด และเริ่มตั้งแต่งวดไหน | จะได้รู้ชัดว่างวดใดต้องกลับมาชำระ |
| ดอกเบี้ยช่วงพัก | ยังคิดดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายใดหรือไม่ | เพื่อเห็นต้นทุนจริงของการพักชำระ |
| ค่างวดหลังพัก | เมื่อหมดช่วงพักต้องกลับมาจ่ายเดือนละเท่าไร | เช็กว่าค่างวดใหม่ยังอยู่ในระดับที่จ่ายไหวหรือไม่ |
| จำนวนงวดที่เพิ่ม | ต้องขยายระยะเวลาผ่อนออกไปหรือไม่ | ช่วยให้เห็นว่าต้องอยู่กับภาระรถนานขึ้นแค่ไหน |
| ยอดรวมใหม่ | จากวันนี้จนจบสัญญาต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไร | ใช้เปรียบเทียบภาระก่อนและหลังพัก |
| กรณียังจ่ายไม่ไหว | มีทางเลือกปรับเงื่อนไขอื่นอีกหรือไม่ | เพื่อวางแผนต่อก่อนปัญหากลับมาอีกครั้ง |
ถ้าพักชำระแล้วก็ยังผ่อนรถไม่ไหว มีทางเลือกอะไรต่อ?
บางคนผ่านช่วงพักมาแล้วแต่รายได้ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม หรือกลับมาจ่ายได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มตึงอีกครั้ง หากเป็นแบบนี้ ไม่ควรขอพักต่อไปเรื่อย ๆ โดยยังไม่ได้แก้ปัญหาหลัก เพราะนั่นอาจกลายเป็นการเลื่อนภาระไปข้างหน้ามากกว่าการแก้หนี้
ลองดูว่าสถานการณ์ของตัวเองใกล้เคียงกับแบบไหน
- รายได้ลดลงระยะยาว แต่ยังจำเป็นต้องใช้รถ
ควรคุยกับไฟแนนซ์เรื่องการปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับกำลังจ่ายจริง เช่น ยืดระยะเวลา หรือลดค่างวด การ ปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ เหมาะกับสถานการณ์ระยะยาวมากกว่าการพักจ่ายชั่วคราว - อยากจัดการภาระไฟแนนซ์เดิมให้จบ
เริ่มจากขอยอดปิดบัญชีล่าสุดและเช็กมูลค่ารถปัจจุบัน หากรถยังมีมูลค่าเพียงพอเมื่อเทียบกับภาระเดิม สามารถประเมินทางเลือก ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ ต่อได้ โดยต้องดูยอดและรถจริงเป็นรายกรณี - รถยังติดไฟแนนซ์และต้องการดูว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่
สถานะของรถแต่ละคันไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะยอดที่ยังเหลือเทียบกับมูลค่ารถ สามารถเช็กข้อมูลเบื้องต้นจาก รถติดไฟแนนซ์จำนำได้ไหม ก่อนตัดสินใจสร้างภาระใหม่ - รับภาระรถต่อไม่ไหวจริง ๆ
อย่าเพิ่งคิดว่าแค่คืนรถแล้วหนี้จะจบทันที เพราะหลังรถถูกนำไปขายอาจยังมีหนี้ส่วนต่างได้ในบางกรณี ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับไฟแนนซ์ให้ครบก่อนเลือกทางนี้
สุดท้ายแล้ว พักชำระหนี้งวดรถ เหมาะกับการช่วยประคองช่วงที่รายได้สะดุดชั่วคราวมากกว่าการใช้แก้ปัญหาค่างวดที่เกินกำลังในระยะยาว หากหมดช่วงพักแล้วค่างวดยังหนักเกินไป ควรกลับมาดูทั้งรายได้ที่สามารถจ่ายได้จริง ยอดภาระรถที่เหลือ และมูลค่ารถในปัจจุบัน ก่อนเลือกว่าจะปรับโครงสร้างหนี้ ปิดบัญชี หรือจัดการรถในรูปแบบอื่น
หากต้องการดูทางเลือกเกี่ยวกับรถติดไฟแนนซ์เพิ่มเติม สามารถเข้ามาดูข้อมูลและบริการของ Jamnumrod ได้ ไม่ว่าจะเป็นการ ปิดบัญชีรถติดไฟแนนซ์ การประเมินรถที่ยังมีภาระไฟแนนซ์ หรือ รับจำนำรถจอด โดยควรเริ่มจากเช็กยอดปิดบัญชีและข้อมูลรถให้ครบก่อน เพื่อดูว่าทางเลือกไหนเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองมากที่สุด
โทรศัพท์
LINE Official Account
628, 11 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

